ธุรกิจ “เสี่ยงเจ๊ง” ในอนาคตที่ต้องรู้ เพราะ ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาครับ ถ้าเราไม่ปรับตัวยังไงก็ไม่รอดจากเทรนที่จะกลืนเราไปพร้อมกับอดีตแน่นอน อะไรที่เคยทำแล้วดี ไม่ได้แปลว่ามันจะดีตลอดไปครับ
ฉะนั้นการปรับตัวและเรียนรู้จะช่วยให้ไม่เจ๊งในอนาคตครับ ก่อนอื่นเลยแบบรวดเร็ว ไปดูธุรกิจเสี่ยงเจ๊งกันก่อนเลยครับ
ธุรกิจเสี่ยงเจ๊ง
- ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (ไม่มีออนไลน์)
เสี่ยงเจ๊งเพราะ
- ต้นทุนสูงกว่า: ต้องเช่าหน้าร้าน จ้างพนักงาน ขณะที่ e-commerce ไม่ต้อง
- พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน: คนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะ Gen Z) ช้อปออนไลน์เป็นหลัก เพราะสะดวก เปรียบเทียบราคาได้ทันที
- การแข่งขันรุนแรง: แพล็ตฟอร์มใหญ่อย่าง Lazada, Shopee, TikTok Shop แข่งกันลดราคา + ส่งฟรี ทำให้ร้านเล็กสู้ไม่ได้
- ข้อมูลลูกค้า = ศูนย์: ร้านที่ไม่ใช้เทคโนโลยีจะไม่รู้เลยว่าลูกค้าคือใคร ชอบซื้ออะไร ต่างจากร้านออนไลน์ที่เก็บข้อมูลเพื่อต่อยอดได้
ถ้าสังเกตร้านขายของชำแบบเดิมๆเริ่มจะไม่มีรายได้แล้วนะครับ มีแค่เงินพอประทังค่าข้าวค่าไฟเท่านั้น มีแต่รุ่นก่อนที่ยังทำอยู่แล้วไม่ปรับตัว ทุกวันก็ต้องนั่งหน้าร้านมีคนมาซื้อ 2-3 คนก็นับว่าเยอะมากแล้ว ยิ่งในอนาคตการหาซื้อของก็จะง่ายมากขึ้น แทบไม่ต้องไปร้านขายของชำแล้ว ยังไงก็ไม่รอดครับ
- สื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือพิมพ์ / นิตยสารกระดาษ)
เสี่ยงเจ๊งเพราะ
- ต้นทุนการพิมพ์สูง: ราคากระดาษ + การจัดส่งเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่รายได้โฆษณากลับลดลง
- เนื้อหาช้าเกินไป: คนอ่านข่าวผ่านมือถือแบบ Real-time เช่น Twitter หรือ Google News แล้วจะรอหนังสือพิมพ์พรุ่งนี้ทำไม?
- รายได้จากโฆษณาไหลไปแพลตฟอร์มดิจิทัล: Facebook, Google ได้เงินโฆษณาไปแทบหมด ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์หาเงินยากขึ้นมาก
ถ้าคนยุคเก่าตายไปหมดแล้ว ใครจะอ่านหนังสือพิมพ์ครับ? คำถามง่ายๆแค่นี้เลย
- โรงเรียนกวดวิชาแบบเก่า (อัดเนื้อหายัดเยียด ไม่ใช้เทคโนโลยี)
เสี่ยงเจ๊งเพราะ
- ผู้เรียนเปลี่ยนพฤติกรรม: นักเรียนรุ่นใหม่ใช้ YouTube, TikTok, หรือแอปเรียนมากขึ้น เพราะสั้น กระชับ ไม่เครียด
- เนื้อหาสามัญไม่ใช่จุดแข่งแล้ว: ทุกคนสอนคณิต วิทย์ ภาษาอังกฤษเหมือนกันหมด ไม่มีจุดต่าง
- การแข่งขันจากคอร์สออนไลน์: คอร์สเรียนที่ทำดีๆ ในรูปแบบออนไลน์ ขายได้ทั่วประเทศ ด้วยต้นทุนต่ำมาก
- พ่อแม่รุ่นใหม่ไม่อยากให้ลูกเรียนจนเครียด: เทรนด์การเรียนรู้แบบ project-based, สนุกและไม่ใช่แค่สอบ
เดี๋ยวนี้การเข้ามาของ Ai คนเข้าไปถาม search engine กันแทบจะ 80% แล้วครับ เมื่อพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป การเปิดโรงเรียนกวดวิชาแบบเดิมๆก็แทบไม่มีค่าเลย เพราะแค่เข้า Chatgpt หรือ Gemini เอาโจทย์เข้าก็ได้คำตอบออกมาแล้ว
เผลอๆถ้าในอนาคตกระทรวงการศึกษาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โรงเรียนกวดวิชาไม่มีทางรอดจากเทรนของอนาคตแน่ๆครับ
สรุปภาพรวม
ธุรกิจที่มีความเสี่ยงเจ๊งในอนาคตล้วนมีปัจจัยร่วมกันคือ
- ✅ ไม่ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี
- ✅ ไม่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าใหม่
- ✅ พึ่งพาโมเดลธุรกิจเก่าที่ไม่ยืดหยุ่น
- ✅ มีคู่แข่งใหม่ที่ปรับตัวได้ดีกว่า เข้ามาแทนที่เร็วมาก
ใครไม่ปรับตัวยังทำแบบเดิมก็ลองมองภาพคุณลุงคุณป้าที่นั่งเหงาในร้านขายของชำไว้ครับ ถ้าเราอยากเป็นแบบนั้นในอนาคตก็ไม่จำเป็นต้องปรับตัวก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากเป็นแบบนั้นก็ควรเปลี่ยนไปตามเทรนของอนาคตครับ
และอย่าลืมหัดลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆไว้ด้วยครับ ถ้าไม่ลงทุนก็ต้องมีความรู้ในการเทรดไม่ว่าจะเป็นหุ้น คริปโต หรือหวยไว ที่ช่วยทำกำไรได้ในอนาคต จะได้ไม่ต้องลำบากมากหากถูก Ai เข้ามาแทนที่ครับ
Comments are closed